สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงสอน การที่คริสตชนจะเป็นแสงสว่างส่องโลกและเป็นเกลือดองแผ่นดิน เราต้องเป็นอิสระจากการโกง การหลีกหนีจากการโกง ต้องทำต่อเนื่องทุกวัน เพราะการโกงไม่มีวันจบสิ้น นอกจากนี้ เรายังต้องปฏิเสธเมล็ดพันธุ์สกปรกที่เกิดจากความเห็นแก่ตัว ความอิจฉา และการนินทาเพราะสิ่งนี้ทำลายสังคมของเรา ตอนท้าย สัตบุรุษร่วมเปล่งเสียง “วีว่า ปาปา” เพื่อให้กำลังใจพระสันตะปาปา หลังมีผู้ไม่ประสงค์ดีติดโปสเตอร์โจมตีพระองค์หลายแห่งทั่วกรุงโรม ช่วงเที่ยงวันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงออกมานำสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าว ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน พระวรสารวันนี้ พระเยซูทรงกล่าวกับบรรดาศิษย์ว่า “ท่านทั้งหลายเป็นเกลือดองแผ่นดินและเป็นแสงสว่างส่องโลก” พระสันตะปาปาตรัสแบ่งปันว่า – คริสตชนได้รับกระแสเรียกให้มอบรสชาติที่ดีให้กับชีวิตของตน และในเวลาเดียวกัน เรายังต้องหลีกหนีจากเมล็ดพันธุ์สกปรกอันเนื่องมาจากความเห็นแก่ตัว ความอิจฉา และการนินทา เมล็ดพันธุ์สกปรกเหล่านี้ทำลายโครงสร้างสังคมของเรา ทั้งที่สังคมนี้ควรจะเป็นสถานที่ซึ่งต้อนรับทุกคน ร่วมแบ่งปันความเป็นหนึ่งเดียวกัน และทำให้เกิดการคืนดีกัน – การจะเติมเต็มพันธกิจนี้
การศึกษาเกี่ยวกับศาสนาของผู้ใหญ่ในประเทศไอร์แลนด์
จากแหล่งข่าวที่เผยแผ่เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2019 ดร.เบอร์นาแด๊ด สวีทแมน นักวิจัยหลังปริญญาเอกของมหาวิทยาลัย UCD (University College Dublin) ได้นำเสนองานด้านการวิจัยว่า ที่ศูนย์มาแตร์เดอีสำหรับการศึกษาคาทอลิกที่มหาวิทยาลัย UCD ได้ใช้เวลา 3 ปี ในการวิจัยเกี่ยวกับการศึกษาทางศาสนาสำหรับผู้ใหญ่ในประเทศไอร์แลนด์ เพราะคนส่วนใหญ่ได้เรียนวิชาศาสนาในโรงเรียน แต่สำหรับผู้ใหญ่ที่ได้จบการศึกษาจากโรงเรียน เขาจะมีการศึกษาเรื่องศาสนาและความเชื่อต่อไปอย่างไร โดยการวิจัยนี้จะได้ศึกษาต่อถึงความเป็นไปได้ การพัฒนาและการค้นหาความเชื่อ ผู้ค้นคว้าการวิจัยนี้ หรือ ดร.เบอร์นาแด๊ด สวีทแมน นักวิจัยหลังปริญญาเอกของมหาวิทยาลัย UCD กล่าวว่า ”เราต้องการศึกษาว่าจะเกิดอะไรขึ้นในการศึกษาทางด้านศาสนาและความเชื่อของผู้ใหญ่ในคาทอลิกรวมถึงความเชื่ออื่น ๆ ด้วยเพื่อที่เราจะได้รู้ว่าในอนาคตพวกเขาต้องการอะไร” มีข้อสมมุติฐานว่าเราเรียนเรื่องความเชื่อหรือศาสนามาเป็นจำนวนมากที่โรงเรียน เมื่อเราจบการศึกษาไป เราคิดว่าการศึกษานั้นเพียงพอแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องศึกษาเพิ่ม เธอพบว่าในช่วงเทศกาลมหาพรตพวกผู้ใหญ่ก็ได้เข้าร่วมวจนพิธีกรรมหรือฟังรายการวิทยุจากผู้มีชื่อเสียงมาเล่าประสบการณ์ส่วนบุคคลกับพระเจ้า (Lent Talks) แต่เธอก็ยังพบว่ามีผู้ใหญ่บางกลุ่มต้องการเรียนรู้ในวิธีที่แตกต่างกันออกไป หรือเรียนรู้ในสิ่งที่ตนเองไม่เคยรู้มาก่อน ดร.สวีทแมนชี้ให้เห็นว่าผู้ใหญ่กลุ่มนี้มีความกระหายที่จะเรียนรู้อย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับความเชื่อของตัวเอง เธอพบว่าปัญหาข้อหนึ่งในการศึกษาทางด้านศาสนาและความเชื่อของผู้ใหญ่คือการขาดแคลนทักษะการสื่อสารทางภาษาที่ดีพอ เช่น เราจะวางตัวอย่างไรในประเทศไอร์แลนด์เมื่อเราบอกกับผู้คนว่าเรามีความเชื่อ หรือเมื่อเราพูดว่า”ฉันนับถือศาสนา…” แท้จริงแล้วหมายความว่าอย่างไร ดร.สวีทแมนเน้นย้ำว่าในประเทศที่มีความเชื่อที่หลากหลายอย่างประเทศไอร์แลนด์ การสื่อสารประเภทนี้สำคัญมาก เพื่อที่ว่าคนอื่นจะได้รับทราบถึงค่านิยมของตัวเรา เคารพในสิทธิ์ตัวเรา เพื่อที่เราจะสามารถพัฒนาและรักษาความเชื่อนี้และส่งต่อไปยังรุ่นต่อไปได้ เมื่อถามว่าต้องการเห็นแผนงานอะไรจากการศึกษาค้นคว้านี้ เธอกล่าวว่าต้องการให้เกิดการสร้างชุมนุมขึ้นเพื่อที่จะได้รักษาและพัฒนาความเชื่อในชุมนุม […]
Leave a Reply